Trending

No tags found
Monday Feb 26, 2024

จำนำทะเบียนมอ’ไซค์คึกคัก ราย”เก่า-ใหม่” แห่ชิงเค้ก 6 หมื่นล้านบาท

ธุรกิจจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์ปีเสือคึกคัก “MTC” ประเมินสินเชื่อปล่อยใหม่ทั้งตลาดโต 20%ชี้ความต้องการสภาพคล่องยังมีสูง ลุยขยายสาขาต่อเนื่อง ขณะที่ “ทีเค เงินทันใจ” เริ่มลุยธุรกิจไตรมาส 2 หลังได้ไลเซนส์จาก ธปท.แล้ว เผยช่วงแรกเน้นต่อยอดฐานลูกค้าเดิมก่อนปักเป้าสินเชื่อปีแรก 100 ล้านบาท ฟาก “เงินเทอร์โบ” มองปีนี้หมดยุคแข่งหั่นดอกเบี้ย เน้นเลือกลูกค้ามีคุณภาพ-คุมหนี้เสีย

นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เมืองไทย แคปปิตอล (MTC) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปีนี้ สินเชื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์น่าจะยังคงขยายตัวต่อเนื่องจากปีก่อน โดยยอดสินเชื่อใหม่ทั้งระบบคาดว่าจะอยู่ที่ 6 หมื่นล้านบาท จากยอดสินเชื่อคงค้างที่อยู่ราว 2 แสนล้านบาท หรือเติบโต 15-20% เนื่องจากคนยังมีความจำเป็นต้องใช้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องในชีวิตประจำวันและธุรกิจอยู่ ทำให้ความต้องการยังขยายตัว และทำให้มีผู้เล่นรายใหม่และรายเก่าเข้ามาแข่งขันมากขึ้น

“MTC ยังคงเน้นการเติบโตจากฐานลูกค้าเก่า 50% และลูกค้าเก่าแนะนำลูกค้าใหม่อีก 50% โดยการขยายสินเชื่อผ่านสาขาที่มีมากกว่า 5,600 แห่ง และปีนี้จะเพิ่มอีก 600 แห่ง รวมเป็น 6,200 แห่ง ซึ่งจะสนับสนุนเป้าหมายการเติบโตสินเชื่อที่ 30% หรือยอดคงค้าง ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 1.17 แสนล้านบาท จากสิ้นปี 2564 อยู่ที่ 9 หมื่นล้านบาท และรักษาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อยู่ที่ระดับไม่เกิน 2%”

ทั้งนี้ เกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อของ MTC นั้นจะพิจารณาจากประวัติลูกค้า หากเป็นลูกค้าใหม่ บริษัทจะให้วงเงินไม่สูงเฉลี่ย 3,000-5,000 บาทต่อราย และจะขยับให้เป็น 1 หมื่นบาทต่อราย ภายหลังจากลูกค้าชำระค่างวดประมาณ 1 ปี

“ปีนี้ตลาดจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์ยังคงโตได้ 15-20% แต่บางบริษัทอาจจะโตได้มากกว่าระบบ เช่น 20-30% ซึ่งขึ้นกับฐานลูกค้า ทำให้การแข่งขันในตลาดนี้ยังรุนแรงต่อเนื่อง แม้จะมีรายใหม่หน้าเก่าเข้ามาเล่น แต่เข้าใจว่าแต่ละค่ายมีฐานลูกค้าเป็นของตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องดีที่ลูกค้าจะมีทางเลือกใช้บริการที่มากขึ้น”

นายประพล พรประภา รองกรรมการ บมจ.ฐิติกร (TK) กล่าวว่า หลังจากบริษัท “ทีเค เงินทันใจ” บริษัทย่อยได้รับใบอนุญาตสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้กำกับจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดว่าจะเริ่มปล่อยสินเชื่อได้ภายในไตรมาส 2 ปี 2565 นี้

เริ่มจากธุรกิจจำนำทะเบียนก่อน เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าเดิมของบริษัทที่มีกว่า 3 ล้านราย เนื่องจากมีลูกค้าที่ซื้อจักรยานยนต์และผ่อนชำระค่างวดรถหมดแล้ว แต่มีความต้องการใช้เงิน ประกอบกับบริษัทมีฐานข้อมูลประวัติการชำระหนี้ของลูกค้าอยู่แล้ว จึงเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจไปสู่จำนำทะเบียน เพื่อตอบสนองลูกค้ากลุ่มนี้ ส่วนในอนาคตค่อยขยายไปสู่สินเชื่อส่วนบุคคลต่อไป

“ตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์ แม้ว่าการแข่งขันจะค่อนข้างรุนแรง แต่ยังมีโอกาสการเติบโตอีกมาก จากยอดขายรถจักรยานยนต์อยู่ที่ 1.5-1.6 ล้านคันต่อปี จะใช้บริการเช่าซื้อประมาณ 80% หรือราว 1.25 ล้านคัน และจะมีรถที่ผ่อนชำระครบประมาณ 50% ทุกปี หรือประมาณ 5-6 แสนคัน ยังไม่รวมยอดรถที่มีการจดทะเบียนในระบบอีก 26 ล้านคัน ซึ่งจะเป็นกลุ่มที่จะมาใช้บริการสินเชื่อจำนำทะเบียน จึงเป็นโอกาสของธุรกิจนี้ค่อนข้างมาก”

โดยปีนี้ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อจำนำทะเบียนอยู่ที่ 2-3 เท่าของฐานสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ที่มีพอร์ตอยู่ 40 ล้านบาท หรือมียอดคงค้างภายในสิ้นปีอยู่ที่ 100 ล้านบาท ซึ่งจะคิดอัตราดอกเบี้ยระดับที่แข่งขันกับตลาดได้ โดยหากเป็นลูกค้าที่มีประวัติการชำระหนี้ที่ดีจะคิดดอกเบี้ยถูกลง แต่โดยรวมจะมีเพดานไม่เกิน 24% ตามทางการกำหนด

“จำนำทะเบียนจะเริ่มกับฐานลูกค้าเดิมก่อน โดยเฉพาะลูกค้าที่ผ่อนรถหมดแล้ว ซึ่งจะให้วงเงินไม่เกิน 1.5 หมื่นบาทต่อราย เป็นทางเลือกให้กับลูกค้า โดยช่วงแรกเราไม่เน้นแข่งขัน เพื่อชิงสินเชื่อให้เติบโตเยอะมาก ดังนั้น การบริหารหนี้เสียน่าจะอยู่ระดับที่ควบคุมได้”

นายสุธัช เรืองสุทธิภาพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เงินเทอร์โบ จำกัด กล่าวว่า ปีนี้ บริษัทตั้งเป้าการปล่อยสินเชื่อใหม่อยู่ที่ 5,000-6,000 ล้านบาท หรือโตประมาณ 50% จากปีก่อน โดยมองว่าลูกค้ายังคงมีความต้องการใช้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่อง ซึ่งจะทำให้สินเชื่อจำนำทะเบียนรถทั้งระบบยังขยายตัวประมาณ 20-25% อย่างไรก็ดี ในปีนี้คงไม่ค่อยเห็นการแข่งขันโดยการใช้กลยุทธ์ดอกเบี้ยต่ำ เพราะไม่คุ้มกับต้นทุนทางการเงิน

โดยเงินเทอร์โบจะเสนอดอกเบี้ยตามความเสี่ยงของลูกค้า เช่น ลูกค้ากลุ่มเสี่ยงน้อยมีประวัติชำระหนี้ที่ดี จะคิดดอกเบี้ยเฉลี่ยอยู่ที่ 13-14% ส่วนกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงไม่เกิน 24% นอกจากนี้ กำหนดสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ (DSR) จะต้องไม่เกิน 40-50% ของรายได้ และพยายามควบคุมเอ็นพีแอลไม่เกิน 2-3% จากปีก่อนอยู่ที่ 1.5-1.6%

“ภาพรวมธุรกิจจำนำทะเบียนรถในปีนี้ยังคงขยายตัว เพราะคนยังมีความต้องการใช้เงิน แม้เศรษฐกิจจะส่งสัญญาณดีขึ้น แต่บางกลุ่มรายได้ยังกลับมาไม่ปกติ ส่วนสถานการณ์หนี้เสียน่าจะปรับตัวดีขึ้น หรือไม่แย่กว่าปีก่อน”

อ้างอิง
https://www.prachachat.net/finance

Back to Top